[fic]KHR:Millefiore<<มาช่วยกันดับไฟหน่อยคร้าบบบ
posted on 14 Apr 2009 10:27 by sesea in -fic-สวัสดีวันครอบครัวคร้าบบบบบ ^_________________^
รักครอบครัวกันมากๆ อย่าเล่นน้ำเพลินจนลืมไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่กันนะครับ *-* (me//อ๊ะ! ตัวเองก็ยังไม่ได้ทำนี่หว่า =w=" )
555+
และเพราะเป็นวันครอบครัวก็เลยจะแปะฟิคครอบครัว (family) ครับ *-*b (<<<เอามาเกี่ยวกันจนได้นะ เหอๆ =_=! )
ก็นะ...ผมเป็น Millefiore เพราะงั้นก็ต้องแปะฟิคของแฟมิลี่สิ!!
WARNING!!
เนื้อหาต่อไปนี้เป็นเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นจากความบ้าส่วนตัวของผมเอง เป็น Yaoi fanfic Rate NC-........(me//กะไม่ถูกแฮะ ==a ) และเนื้อหาสปอยล์
เพราะงั้นสำหรับคนที่ไม่ใช่สาวก หรือไม่อยากถูดสปอยล์ก็เลื่อน scroll down ไปเลยนะครับ
3.............................
2................
1.........
Go...Shoot!!!
อ๊ะ!ไม่ใช่และ 5555+ (<<<เสียงสวรรค์//เดี๋ยวปั๊ดเตะ!! =[]=* )
เอาจริงๆแล้ว ^^" ไปอ่านกันเลย!!!
อ๊ะ! แล้วก็ๆๆๆ มันยาวนิดหน่อย ช่วยอดทนอ่านจนจบหน่อยนะครับ ><"
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
ความทรงจำแห่งเส้นด้ายสีแดง
.
.
.
“อือ....”
อิริเอะ โชอิจิ ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น ภาพที่เขามองเห็นมันเบลอไปหมดทุกสิ่ง
...อา..แว่นตา...
โชอิจิยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม ยื่นมือออกไปควานหาแว่นตาบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงนอน และเขาควรจะพบมันได้ทันทีถ้าที่นี่คือห้องนอนของเขา แต่...
...เอ๋!? ทำไมไม่มีล่ะ??...โชอิจิจึงยื่นมือควานออกไปรอบๆตัว
บนเตียงนอนก็ไม่มี..บนหัวเตียงก็ไม่มี...
“บ้าชะมัด ถอดวางไว้ที่ไหนกันเนี่ย!!?” ชายหนุ่มใช้สองมือขยี้ผมอย่างขัดใจ แต่แล้วเขาก็หยุดมือเมื่อนึกเอะใจกับบางสิ่ง “เดี๋ยว!...ถ้าจำไม่ผิด เรามีงานค้างอยู่ เมื่อคืนก็เลยอยู่ที่ห้องทดลองจนดึก...เราไม่ได้กลับมานอนที่ห้อง!! เสื้อผ้าชุดนี้ก็ไม่ใช่ของเรา!?”
ใช่...ชายหนุ่มมั่นใจในสิ่งที่เขาจดจำได้ แต่...ถ้าอย่างนั้นการที่เขามานอนอยู่ในห้องนี้ล่ะ?
โชอิจิลุกลงจากเตียง เพ่งสายตาอย่างหนักและก้าวเท้าออกไปอย่างระมัดระวังไม่ให้ไปสะดุดหรือชนกับอะไรเข้า เขาเดินไปที่ประตูอย่างช้าๆ ยื่นมือไปยังลูกบิดประตูสีเงิน แต่..ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับความเย็นของโลหะ บานประตูตรงหน้าก็ถูกเปิดออกจากภายนอก โชอิจิที่ไม่ทันตั้งตัวจึงเสียหลักล้มไปข้างหน้าและชนเข้ากับอีกฝ่าย
“ใคร!?”
โชอิจิรีบผละออกจากฝ่ายนั้นด้วยความตกใจในทันที แต่กลับถูกคนคนนั้นยื่นมือออกมาโอบรอบแผ่นหลังดึงร่างของเขากลับมาแนบชิดกับอกกว้างของตน
“จะทำอะไร...ปล่อยนะ!!” โชอิจิดิ้นรนขัดขืนอย่างเต็มที่เพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของคนคนนั้น “บอกให้ปล่อ...!!”
ยังไม่ทันจบประโยค...ริมฝีปากบางก็ถูกแนบประกบด้วยริมฝีปากของอีกฝ่าย
“อื้อ....” โชอิจิครางเสียงแผ่วในลำคอ เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นของคนคนนั้นรุกล้ำเข้ามา
“อา...คุณ...รัน...” เสียงครางเรียกชื่อของอีกฝ่ายดังเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากของร่างบาง เมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนมุมแนบประกบ
สองมือของโชอิจิที่เคยพยายามผลักไสอีกฝ่ายให้ออกห่าง ในตอนนี้กลับกำลังโอบกอดคนคนนั้นอย่างรักใคร่
...อา..รสจูบแสนหวานที่คุ้นเคย...
ไม่กี่นาทีต่อมา...ริมฝีปากของคนทั้งคู่ก็ค่อยๆแยกออกจากกัน
“จำได้รึยังเอ่ย...ไหนลองบอกมาสิว่าฉันคือใคร?” คนคนนั้นกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของโชอิจิอย่างอารมณ์ดี
“....คุณเบียคุรัน” โชอิจิตอบพลางก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบซ่อนสองแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ
“ปิ๊งป่อง!..ถูกต้อง” เบียคุรันพูดพลางประทับริมฝีปากลงบนแก้มแดงของโชอิจิ
“อ๊ะ!” โชอิจิส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ
“ร้ายเหมือนกันนะโชจังเนี่ย จำหน้าฉันไม่ได้แต่กลับจำจูบของฉันได้สินะ” เบียคุรันยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่สองแก้มของโชอิจิกลับขึ้นสีแดงมากกว่าเดิม
“มะ..ไม่ใช่สักหน่อย เพราะเสียงต่างหากล่ะครับ...แล้วแว่นตาของผมล่ะ?”
“นี่ไงล่ะ” เบียคุรันตอบพลางหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋าเสื้อของตัวเอง และสวมมันคืนให้กับผู้เป็นเจ้าของ “เป็นไง..มองเห็นหน้าฉันแล้วสินะ”
เบียคุรันยิ้มออกมาก่อนจะโอบร่างบางของโชอิจิพาเดินกลับเข้าไปภายในห้อง
“ทำไมต้องเอาแว่นตาของผมไปด้วยล่ะ แล้วนี่มันที่ไหนกันครับ?”
“ก็ถ้าไม่มีแว่นตาโชจังก็จะมองไม่เห็นใช่มั้ยล่ะ ทีนี้ฉันก็มั่นใจได้ว่าโชจังจะไม่หายไปไหนตอนที่ฉันออกไปข้างนอกน่ะสิ ส่วนที่นี่ก็...อิตาลี่”
...อิตาลี่!!!...
“นี่คุณให้คนไปพาตัวผมมาจากญี่ปุ่นเหรอครับเนี่ย?” โชอิจิถามพลางถอนหายใจให้กับความเอาแต่ใจของผู้ชายคนนี้
“พูดอะไรแบบนั้นล่ะโชจัง ใจร้ายจังน้า~...ฉันคนนี้เป็นคนไปอุ้มโชจังที่กำลังสนิทอยู่หน้าคอมฯมาเองเลยต่างหาก”
“แล้ว...ชุดนอนนี่ล่ะ คุณเป็นคนเปลี่ยนให้...? แค่เปลี่ยนให้เฉยๆ...ใช่มั้ย?...” โชอิจิถามออกไปอย่างตะกุกตะกัก สองแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ นึกหวั่นใจในคำตอบ
“อุบ!” เบียคุรันเห็นท่าทีของคนตรงหน้าแล้วก็นึกขำจนต้องกลั้นหัวเราะ “ใช่..แค่เปลี่ยนชุดให้เฉยๆ ไม่ได้ทำเรื่องแปลกๆตอนที่โชจังกำลังหลับสนิทหรอกนะ แต่ว่า...”
ชายหนุ่มผลักร่างบางล้มนอนลงบนเตียงนุ่ม
“ถ้าเป็นตอนนี้ก็ไม่แน่...” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม
...ยะ...แย่แล้ว...
โชอิจิรีบพาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลม เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกห่างจากอีกฝ่าย
“ผมมีงานค้างอยู่ครับ ถ้าไม่มีอะไรหละก็...ผมคงต้องเตรียมตัวกลับญี่ปุ่นแล้ว ขอตัวนะครับ...”
“โชจังชอบอยู่ในห้องทดลองมากกว่าอยู่กับฉันสินะ...!”
ประโยคนั้นของเบียคุรัน ทำให้โชอิจิหยุดชะงัก
“ไม่ใช่..อ๊ะ!”
พอคิดว่าจะหันกลับไปตอบ โชอิจิกลับถูกโอบกอดเอาไว้จากทางด้านหลัง
ถูกกอดไว้แน่นซะจนขยับไปไหนไม่ได้ แน่นซะจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่าย...
“คุณเบียคุรัน...”
“โชจังเห็นงานสำคัญกว่าฉันเหรอ...?”
“พูดอะไรแบบนั้นกันครับ ทั้งหมดนั่นเป็นงานที่ผมทำ...เพื่อคุณ...”
“ก็พักนี้โชจังสนใจแต่งาน ไม่สนใจฉันเลยนี่นา...”
“ไม่ใช่แบบนั้น ผมน่ะ...” โชอิจิไม่ทันจะได้แก้ตัว ก็ได้รับข้อกล่าวหาเพิ่มมาอีกหนึ่ง
“เวลาคุยกันก็จะบอกว่ามีงานบ้างหละ กำลังยุ่งบ้างหละ แล้วก็ตัดสายฉันทิ้งทุกทีเลยด้วย...” ...อะไรกัน คุณเบียคุรันคิดมากเรื่องนี้เหรอเนี่ย...“ขอโทษครับ ผมสัญญาต่อไปจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว”
“ถ้าผิดสัญญาหละก็...ฉันจะทำโทษให้หนักเลย...” เบียคุรันพูดพลางฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาวของคนในอ้อมแขน
“คุณเบียคุรัน..อย่าครับ...” โชอิจิส่งเสียงห้ามด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ
“ไม่ได้ยิน...” เบียคุรันไม่ใส่ใจกับคำท้วงของอีกฝ่ายเลยแม้สักนิด
เขายังคงไล้ปลายจมูกไปตามลำคอและแนวไหล่ของโชอิจิอย่างแผ่วเบา มือที่เคยโอบกอดรอบเอวบางค่อยๆเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่ง สอดเข้าไปในช่องว่างระหว่างกระดุมเสื้อชุดนอนของโชอิจิ
โชอิจิรีบดึงรั้งมือของอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจหยุดการเคลื่อนไหวของมือนั้นได้“ผมอยากอาบน้ำ…!!” โชอิจิรีบพูดออกไป หวังจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อหลบเลี่ยงสถานการณ์น่าอายนี้
มือใหญ่ที่กำลังลูบไล้ร่างกายของเขาหยุดชะงักลงครู่นึง ก่อนจะเริ่มขยับอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...
“อ๊ะ! คุณแบียคุรัน...อย่า...” โชอิจิส่งเสียงออกเมื่อยอดออกถูกปลายนิ้วของอีกฝ่ายหยอกเย้า “อย่าครับ..อ๊า~~...”
คำปะท้วงไม่เป็นผลอีกตามเคย...เบียคุรันประทับรอยจูบลงบนซอกคอขาว ในขณะที่ปลายนิ้วก็กำลังสนุกกับการกลั่นแกล้งยอดอกของอีกฝ่าย
“คุณเบียคุรัน...ผมอยากอาบน้ำจริงๆนะ ขอ 15 นาที...”
ไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากปากของชายหนุ่ม
“แค่ 10 นาทีก็ได้..นะครับ” โชอิจิร้องขออีกครั้ง“นานไป..ฉันให้ 5 นาที.” เบียคุรันตอบกระซิบที่ข้างหูของโชอิจิ ก่อนที่จะขบลงเบาๆบนใบหูนิ่มนั้น
“อ๊ะ!...” โชอิจิเผลอส่งเสียงออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยคำประท้วงอีกครั้ง “อะไรกัน..แค่ 5 นาที ไม่มีทางหรอกครับ...”
“นั่นสินะ...ถ้าให้โชจังอาบคนเดียวก็คงไม่มีทาง แต่ถ้าฉันไปช่วยอาบให้ก็ไม่แน่มั้ง..?..” ว่าแล้วเบียคุรันก็ยกร่างบางขึ้นพาดบ่า แล้วพาเดินตรงไปที่ห้องน้ำ
“ไม่เอานะ! คุณเบียคุรัน..วางผมลงเถอะครับ”
ชายหนุ่มยังคงเมินเฉยต่อคำประท้วงของโชอิจิอีกเช่นเคย เขาเปิดประตูห้องน้ำออก เดินตรงเข้าไปในนั้น แล้วหยุดยืนอยู่ใต้ฝักบัว“คุณเบียคุรัน...วางผมลง!!...”
ชายหนุ่มยื่นมือออกไปหมุนก๊อกน้ำสีเงิน ทันใดนั้นหยดน้ำใสมากมายก็พรั่งพรูออกมาจากฝักบัว รินลดร่างของคนทั้ง 2 คนจนเปียกชุ่ม
ชุดนอนสีขาวชุ่มน้ำจนมองเห็นไปถึงผิวกายของคนใส่...เบียคุรันค่อยๆวางโชอิจิลงอย่างระมัดระวัง พลางเหยียดยิ้มอย่างมีเลศนัย ไล่สายตาไปตามเรือนร่างของโชอิจิราวกับจะสำรวจให้ทั่วทุกซอกทุกมุม ก่อนจะยื่นมือไปถอดแว่นตาของโชอิจิออก แล้วโยนมันลงไปในอ่างอาบน้ำที่มีน้ำเต็มปริ่มอยู่ก่อนแล้วอย่างไม่ไยดี
โชอิจิก้มหน้าลงต่ำหวังหลบซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตน แต่กลับถูกอีกฝ่ายเชยคางขึ้นเพื่อให้มองหน้าตน
“มองเห็นหน้าฉันรึเปล่า?” เบียคุรันเอ่ยถาม
“...ไม่เห็นครับ”
“แล้วแบบนี้ล่ะ?” เบียคุรันถามอีกครั้งพลางโน้มตัวลงหาอีกฝ่าย
“...ไม่ครับ”
“แล้วถ้า...” คราวนี้ชายหนุ่มก้มลงไปไกลอีกฝ่ายปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกัน “แบบนี้ล่ะ...?”
โชอิจิค่อยๆหลับตาลง พร้อมๆกับโอบกอดแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม
เบียคุรันประทับริมฝีปากของตนลงบนเปลือกตาของโชอิจิก่อนจะเลื่อนลงมาที่ริมฝีปาก แล้วเปลี่ยนมุมแนบประกบครั้งแล้ว...ครั้งเล่า...
ลมหายใจ...สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เสียงหัวใจ..ก็เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน...
“คุณเบียคุรัน...ผมหนาว...” โชอิจิเอ่ยเสียงแผ่วด้วยใบหน้าแดงก่ำเมื่อริมฝีปากบางได้รับอิสรภาพอีกครั้ง
เบียคุรันก้มลงจูบที่หน้าฝากของโชอิจิ พลางค่อยๆปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของร่างบางอย่างเชื่องช้า
...ตุ้บ!!...
เสื้อชุดนอนของโชอิจิถูกทิ้งลงกองอยู่บนพื้น...
โชอิจิเอนกายเข้าหาชายหนุ่ม แล้วซบใบหน้าที่แดงก่ำบนแผ่นอกของอีกฝ่าย
เบียคุรันค่อยๆเอยเสียงกระซิบแผ่วเบา
“ฉันจะช่วยทำให้โชจังอุ่นขึ้นเองนะ...”
........................................................................................................
โชอิจิในชุดคลุมอาบน้ำนั่งอยู่บนเตียงนอน ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมสีน้ำตาลส้มที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ
“ฉันช่วยนะ” เบียคุรันที่อยู่ในชุดเดียวกันเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงข้างๆกัน พลางยื่นมือไปแย่งผ้าขนหนูผืนนั้นมาจากมือของโชอิจิ
ชายหนุ่มบรรจงเช็ดผมให้ร่างบางอย่างเบามืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนผ้าขนหนูผืนนั้นทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่แยแส
“เอ๋?” โชอิจิอุทานอย่างงุนงงกับการกระทำของชายหนุ่ม
“อ๊ะ!” และเขาก็ต้องอุทานออกมาอีกครั้งเมื่อถูกผลักให้ล้มลงนอนอย่างไม่ทันตั้งตัว
“ถึงเวลาของฉันแล้วนะโชจัง” เบียคุรันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มลงหาโชอิจิ
“เดี๋ยวครับ!!เมื่อกี้เพิ่งจะ...” โชอิจิร้องห้าม พลางยื่นมือออกไปปิดปากของอีกฝ่ายเอาไว้เพราะคาดเดาได้ว่าฝ่ายนั้นคิดจะทำอะไร แต่แล้วเขาก็ต้องรีบชักมือกลับเมื่อเบียคุรันไม่ยอมหยุดแถมยังเลียนิ้วมือของเขาอย่างต้องการกลั่นแกล้ง
“หึ..!” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นโชอิจิเบิกดวงตากว้างอย่างตกใจ สองแก้มแดงเรื่อด้วยความเขินอาย
และแล้ว..แว่นตาของโชอิจิก็ถูกเบียคุรันช่วงชิงไปอีกครั้ง...
........................................................
...........................
....
.
“อือ....”
โชอิจิ ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอีก เขายันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม ยื่นมือออกไปควานหาแว่นตาบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงนอน ซึ่งคราวนี้เขาสามารถพบมันได้อย่างง่ายดาย เพราะใครบางบนเลิกทำเรื่องบ้าๆอย่างการเอาแว่นตาของเขาติดตัวไปเพื่อขังเขาเอาไว้ในห้องนี้
และเมื่อโชอิจิหยิบมันขึ้นมาสวม เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่ง
เรื่องเสื้อผ้าไม่ต้องสงสัย คนคนนั้นต้องเป็นคนสวมให้เขาแน่ แต่...
“อะไรเนี่ย??”
โชอิจิพบว่าที่นิ้วนางข้างซ้ายของตนมีเส้นด้ายสีแดงผูกติดอยู่
เส้นด้ายสีแดงทอดยาวจากนิ้วนางข้างซ้ายของเขาไปตามพื้นห้อง ลอดออกไปทางช่องว่างใต้ประตู...และในตอนนั้นเองที่ประตูห้องถูกเปิดออกจากด้านนอก
“ตื่นแล้วเหรอ ฉันกำลังจะมาปลุกอยู่พอดี...” เบียคุรันเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาในห้อง และหยุดยืนที่ข้างเตียง “มือเช้า..ไม่สิ มื้อกลางวันฉันทำเสร็จแล้วนะ รีบไปกินกันเถอะ”
“อา...ครับ ว่าแต่...เล่นอะไรของคุณครับเนี่ย เกลื่อนพื้นไปหมด...” โชอิจิเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเส้นด้ายสีแดงที่ทอดยาวจากนิ้วของเขามันเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นห้องด้านนอก
“หมายถึงด้ายพวกนี้เหรอ?” เบียคุรันเอ่นถามเพื่อความแน่ใจ และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ จึงตอบออกไป “ก็คนญี่ปุ่นน่ะ เค้าเชื่อกันไม่ใช่เหรอว่าคนที่เป็นเนื้อคู่กันจะมีด้ายแดงผูกติดกันอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายมาตั้งแต่เกิดน่ะ”
ว่าแล้วชายหนุ่มก็ยกมือซ้ายของตนขึ้นมา
เส้นด้ายสีแดงที่ทอดยาวออกจากนิ้วนางข้างซ้ายของโชอิจิไปตามพื้นห้อง พันกันยุ่งเหยิงดูสับสนวุ่นวาย หากแต่ปลายอีกด้านที่มีเพียงหนึ่งเดียวนั้น กลับยังคงผูกติดแน่นอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเบียคุรัน...
เบียคุรันยื่นมือซ้ายของตนออกไปจับมือซ้ายของโชอิจิ แล้วยกขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบาลงบนนิ้วนาง ก่อนจะเอ่ย
“โรแมนติกดีนะ...”
“อา..ครับ” โชอิจิเอ่ยตอบ สองแก้มแดงระเรื่ออย่างนึกขวยเขิน “แต่ก็ไม่เห็นต้องใช้ด้ายยาวขนาดนี้ก็ได้นี่ครับ”
“ก็โชจังนอนอยู่ในห้องนี้ แต่ฉันต้องออกไปทำอาหารอยู่ในครัว เพราะงั้นถ้าด้ายยาวไม่พอก็จะลำบากใช่มั้ย?” เบียคุรันเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ “โชจังรำคาญเหรอ? ถ้างั้นเอาออกดีมั้ย?...”“อย่านะครับ!!” โชอิจิปฏิเสธเสียงแข็ง ชักมือซ้ายกลับมากอบกุมเอาไว้อย่างหวงแหน “ผูกเอาไว้แบบนี้แหละดีแล้ว เพราะนี่เป็นด้ายแดงที่เชื่อมคุณเบียคุรันกับผม อย่างน้อยก็ผูกเอาไว้..ตลอดเวลาที่ผมได้อยู่ข้างกายคุณ...”“นั่นสินะ ...เอาหละ!ไปกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะเย็นหมดนะ” ว่าแล้วเบียคุรันก็ช่วยพยุงโชอิจิให้ลุกขึ้นจากเตียง แต่...“อึก...เจ็บ...” โชอิจิเผลอร้องออกมาทันทีที่ก้าวเท้าลงจากเตียง ร่างบางทรุดฮวบลง โชคดีที่ได้เบียคุรันช่วยพยุงเอาไว้เขาจึงไม่ล้มลงไปกองกับพื้น“โชจังลุกไม่ไหวเหรอ..ถ้างั้นฉันจะอุ้มไปให้นะ”
“อ๊ะ! ไม่ต้องครับ แค่ช่วยพยุงก็พอ...หวา~!!...” โชอิจิร้องเสียงหลงเมื่อถูกอีกฝ่ายอุ้มขึ้นมาง่ายดาย
“ให้ฉันอุ้มไปนั่นแหละดีแล้ว” เบียคุรันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วอุ้มโชอิจิตรงไปยังโต๊ะอาหาร
ชายหนุ่มค่อยๆวางร่างบางลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้พร้อมสรรพ แต่เบื้องหน้าของโชอิจินั้นไม่ได้มีเพียงจานอาหารวางอยู่เท่านั้น แต่...
“CD ของ Blood+Pepper รุ่น Limited Edition ที่หากยากสุด!!” โชอิจิตะโกนเสียงดัง พลางหยิบของตรงหน้าขึ้นมาดูด้วยดวงตาเป็นประกาย
“ฉันให้โชจังเป็นของขวัญ” เบียคุรันที่ยืนอยู่ข้างๆก้มลงกระซิบที่ข้างหู“จริงเหรอครับ!?ขอบคุณมากครับ!!ว่าแต่...ของขวัญเนื่องในโอกาสอะไรครับเนี่ย?”
“ก็วันนี้เป็นวันเกิดของโชจังไม่ใช่เหรอ?”
“เอ๋...?” โชอิจิเบิกตากว้างด้วยความงุนงง “ไม่ใช่นะครับ วันเกิดผมน่ะมันผ่านมาแล้ว แล้วคุณก็ให้ของขวัญมาแล้วด้วย จำไม่ได้เหรอครับ?”
“อ๊ะ!” เบียคุรันอุทานออกมาบอกให้รู้ว่าตัวเองลืมไปซะสนิทจริงๆ “แต่..เมื่อวานคนที่สาขาญี่ปุ่นมารายงานว่าโชจังพูดว่า “พรุ่งนี้ก็จะถึงวันเกิดแล้วสินะ”...ใช่มั้ยล่ะ? เพราะงั้นฉันถึงรีบไปหา...”
“มะ...มันก็ใช่อยู่หรอกครับ...แต่ไม่ได้หมายถึงวันเกิดของผม”
“ถ้างั้นวันเกิดใคร?”
“ของ...สแปนเนอร์...” โชอิจิตอบเสียงอ่อยเพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าจะต้องโกรธแน่
“งั้นเหรอ...เดี๋ยวนี้โชจังคิดถึงเรื่องของผู้ชายคนอื่นนอกจากฉันด้วยสินะ...”
...ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ แม่สองคนนั่นก็ปากมากจริง!!...“อย่าเข้าใจผิดสิครับ มันไม่ใช่แบบนั้น...ผมกับหมอนั่นเป็นแค่เพื่อนกัน การให้ของขวัญวันเกิดกับเพื่อนมันก็เป็นเรื่องธรรมดาใช่มั้ยล่ะครับ กับคนบ้าเครื่องจักรแบบนั้นผมไม่รู้จะให้อะไรดี เมื่อปีที่แล้วก็ให้ประแจไปอันนึงแล้ว ปีนี้จะให้เหมือนเดิมอีกมันก็ไม่ได้ ก็เลยกลุ้มใจ...ก็...แค่นั้น... ” โชอิจิตั้งหน้าตั้งตาอธิบายอย่างจริงจัง จริงจังซะจนน้ำตาเอ่อคลอเมื่อคนตรงหน้าทำหน้าเฉยชาเหมือนไม่ยอมรับฟัง
“พอแล้ว...” เบียคุรันเอ่ยขึ้นพลางโอบร่างบางที่กำลังจะร้องไห้มาซบร่างของตน
“ผมขอโทษ...”
“โง่น่า...โชจังไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่เหรอ จะมาขอโทษฉันทำไมล่ะ?” เบียคุรันตอบพลางลูบเส้นผมสีน้ำตาลส้มเพื่อปลอบโยนอีกฝ่าย
โชอิจิยกมือซ้ายขึ้นกำชายเสื้อของเบียคุรัน พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างเต็มที่
“ขอถามหน่อย...โชจังบอกว่าโชจังกันแสปนเนอร์เป็นเพื่อนกันสินะ ถ้าอย่างนั้น...แล้วโชจังกับฉันล่ะ..เราเป็นอะไรกัน...”
โชอิจิเบิดตากว้างเมื่อได้ยินคำถามของเบียคุรัน
ความพยายามที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้สูญสบายไปสิ้น มือซ้ายที่กำชายเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้บีบแน่นขึ้นจนสุดแรง...
“ผมไม่รู้ว่า...ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันคืออะไร ที่ผมรู้มีเพียงแค่...ผมเป็นของคุณ...”
...ผมเป็นของคุณ เป็นของคุณ...ตลอดไป...........................................................................................................
อิริเอะ โชอิจิค่อยๆลืมตาขึ้นบนเก้าอี้ภายในห้องที่ปิดไฟมืด มีเพียงแสงไฟจากคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าที่เปิดทิ้งเอาไว้และแสงจากหน้าจอเครื่องเล่น CD ...
โชอิจิยกมือซ้ายของตัวเองขึ้นมองดู ที่นิ้วนาง...ไม่มีเส้นด้ายสีแดงพันอยู่อีกแล้ว...
เขายื่นมือกดปุ่ม stop ที่ครื่องเล่น CD เอาหูฟังที่ครอบศีรษะออกเลื่อนมาคล้องไว้ที่คอ ก่อนจะกดอีกปุ่มเพื่อเอาแผ่น CD ที่อยู่ข้างในออกมา..
CD Blood+Pepper Limited Edition...ของขวัญจากคนคนนั้น...
โชอิจิบรรจงเก็บ CD แผ่นนั้นใส่ลงในกล่องเก็บอย่างทะนุถนอม แล้วมองดูมันอย่างโหยหา...ไม่กี่วินาทีต่อมา หยดน้ำใส่จากดวงตาของเยาก็หยดลงบนกล่อง CD แผ่นนั้น...
เขากอดกล่องที่บรรจุ CD แผ่นนั้นเอาไว้แนบอก ฟุบหน้าลงกับโต๊ะคอมฯเบื้องหน้า..
“รัน...คุณเบียคุรัน...” ริมฝีปากบางพร่ำเอยชื่อของคนคนนั้นซ้ำไปซ้ำมา...
........................................................
...........................
....
.
“โช...โชอิจิ...”
โชอิจิเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกของใครบางคน
“สแปนเนอร์...มีอะไร?...” เขาเอ่ยถามเจ้าของเสียงเรียกนั้น
“ทำไมไม่เปิดไฟล่ะ...หลับอยู่เหรอ...?” ชายหนุ่มเจ้าของชื่อนั้นเอ่ยถามขึ้นบ้าง พลางเกิดไปกดสวิตช์ไฟ
และเมื่อไฟในห้องสว่างขึ้น เขาก็สังเกตความผิดปกติบนใบหน้าของโชอิจิ
“เป็นอะไรไป ตาแดงๆนะ ร้องไห้เหรอ?” สแปนเนอร์เอ่ยถาม
“เปล่านี่...แล้วตกลงนายมีธุระอะไร?” โชอิจิตอบพลางเบือนหน้าไปทางอื่น
“สึนะ...เห็นว่าเป็นห่วงนายแน่ะ หายเข้ามาอยู่ในนี้หลายวันแล้วนะ โผล่หน้าไปให้เห็นสักหน่อยสิ...”
“อา...นั่นสินะ”
โชอิจิลุกขึ้นก้าวออกไปจากห้องนั้นพร้อมกันสแปนเนอร์ โดยมีแผ่น CD Blood+Pepper Limited Edition และเครื่องเล่นวางทิ้งเอาไว้หน้าคอมพิวเตอร์...
........................................................................................................
~Fin~
14/4/2009
fan-fiction story by ~*SeSea*~
original story by Amano Akira
++++++++++++++++++++++++++++++++++++
เป็นเอนทรี่ที่ยาวได้โล่ =v=
ทนอ่านกันหน่อยนะครับ 555+
ก็นะ...ที่ว่าสปอยล์ก็คือโชอิจิหนีตามสแปนเนอร์(?)ไปอยู่วองโกเล่ครับ (<<<เสียงสวรรค์//จะบอกซ้ำทำม๊ายยย บางคนเค้าอ่านแล้วก็ยังไม่คิดถึงนั่นนะ ไอ้นี่นิ!! =*= , me//อ๊ะ...O-O! ขอโทษครับ =3=~ )
อ่านกันจบแล้ว คิดว่าไงอ่ะครับ @x@ หวังว่าคงจะชุ่มฉ่ำหัวใจกันนะ เพราะมีฉากเปียกน้ำด้วย 555+
อา...จะว่าไป ไม่ใช่แค่วาดรูป แต่ผมเองก็ไม่ได้เขียนฟิคมานานมากแล้วด้วยเหมือนกัน เลยรู้สึกว่ามันยากกว่าที่เคย แล้วก็ดูเหมือนผมจะใช้คำแปลกๆ 555
ยังไงก็...ถ้าอ่านกันแล้ว ผมขอความคิดเห็นด้วยครับ จะได้เอาไปปรับปรุง ขอบคุณล่วงหน้าคร้าบบบบ >/\<
แล้วก็...ขอโทษด้วยครับที่เบี้ยว 8751 (me//Spanner จ๋า~ เค้าขอโทษ TTvTT ) แบบว่า...เหมือนผมจะโดนอาถรรพ์ป๋ากับคุณมุเข้าไป อยู่ๆเมื่อวานตอนบ่ายก็รู้สึกเจ็บข้อมือขวาขึ้นมาน่ะทั้งที่ตอนเช้ายังดีๆอยู่ =w=" เพราะงั้นก็เลยวาดรูปไม่ได้ครับ เมื่อคืนก็ออนเอ็มได้แป๊บเดียวเพราะเจ็บข้อมือมาก และตอนนี้ก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นไปอีก TT^TT
ตอนนี้รู้สึกจะแย่...ผมขยับข้อมือขวาไม่ได้ ชาปลายนิ้ว แค่กระดิกนิ้วก็เจ็บมาถึงข้อมือ แค่ยกแขนก็เสียวแปล็บมาถึงไหล่
ทั่นแม่บอกว่าใด่พยายามฝืนขยับมือขวาซะบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวหงิก!! (me//=[]= หงิกคืออะไร!???) แค่แตะถูกข้อมือนิดหน่อยผมก็เจ็นน้ำตาไหล เพราะงั้นฝืนขยับอะไรนั่น ผมคงไม่ทำหละ =3=" (<<<ไอ้ดื้อ!!!)
555+ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้ไปหาหมอ แล้วมานั่งอัพบล็อกอยู่นี่ ^^" (ตอนนี้ผมก็อัพบล็อกโดยใช้แต่มือซ้ายพิมพ์นะ ช่างมีความพยายามในเรื่องแปลกๆจริงๆ 555+)
วันนี้ผมใช้แต่มือซ้าย ข้าวก็กินไปแค่ 3 คำ เพราะมือซ้ายมันไม่ถนัด ก็เลยเซ็งซะจนเลิกกิน =x=! ผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณสามีของผมใช้มือได้คล่องขนาดนั้นได้ยังไง @x@
อ๊ะ!แล้วก็...อย่าลืมช่วยกันสาดน้ำดับไฟ(?)ให้ป๋าเบียกับโชจังด้วยนะครับ เอนทรี่ที่แล้วสาดกันน้อยไป ไฟยังไม่มอด 555+
ไปหละครับ!!
See You Next *v*\-/
ps. ผมชอบเพลงของ angela ครับ >v<
.
.
.
edit : ในที่สุดก็เอา proof ออกได้สำเร็จ *-*v


















