-fic-

สวัสดีวันครอบครัวคร้าบบบบบ ^_________________^

รักครอบครัวกันมากๆ อย่าเล่นน้ำเพลินจนลืมไปรดน้ำดำหัวผู้ใหญ่กันนะครับ *-* (me//อ๊ะ! ตัวเองก็ยังไม่ได้ทำนี่หว่า =w=" )

555+

และเพราะเป็นวันครอบครัวก็เลยจะแปะฟิคครอบครัว (family) ครับ *-*b (<<<เอามาเกี่ยวกันจนได้นะ เหอๆ =_=! )

ก็นะ...ผมเป็น Millefiore เพราะงั้นก็ต้องแปะฟิคของแฟมิลี่สิ!!

WARNING!!

เนื้อหาต่อไปนี้เป็นเรื่องสมมติที่แต่งขึ้นจากความบ้าส่วนตัวของผมเอง เป็น Yaoi fanfic Rate NC-........(me//กะไม่ถูกแฮะ ==a ) และเนื้อหาสปอยล์

เพราะงั้นสำหรับคนที่ไม่ใช่สาวก หรือไม่อยากถูดสปอยล์ก็เลื่อน scroll down ไปเลยนะครับ

3.............................

2................

1.........

Go...Shoot!!!

อ๊ะ!ไม่ใช่และ 5555+ (<<<เสียงสวรรค์//เดี๋ยวปั๊ดเตะ!! =[]=* )

เอาจริงๆแล้ว ^^" ไปอ่านกันเลย!!!

อ๊ะ! แล้วก็ๆๆๆ มันยาวนิดหน่อย ช่วยอดทนอ่านจนจบหน่อยนะครับ ><"

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ความทรงจำแห่งเส้นด้ายสีแดง 

.

.

.

 

อือ....

อิริเอะ โชอิจิ ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้น ภาพที่เขามองเห็นมันเบลอไปหมดทุกสิ่ง

 

...อา..แว่นตา...

 

โชอิจิยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม ยื่นมือออกไปควานหาแว่นตาบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงนอน และเขาควรจะพบมันได้ทันทีถ้าที่นี่คือห้องนอนของเขา แต่...

 ...เอ๋!? ทำไมไม่มีล่ะ??... 

โชอิจิจึงยื่นมือควานออกไปรอบๆตัว

บนเตียงนอนก็ไม่มี..บนหัวเตียงก็ไม่มี...

 

บ้าชะมัด ถอดวางไว้ที่ไหนกันเนี่ย!!?” ชายหนุ่มใช้สองมือขยี้ผมอย่างขัดใจ แต่แล้วเขาก็หยุดมือเมื่อนึกเอะใจกับบางสิ่ง เดี๋ยว!...ถ้าจำไม่ผิด เรามีงานค้างอยู่ เมื่อคืนก็เลยอยู่ที่ห้องทดลองจนดึก...เราไม่ได้กลับมานอนที่ห้อง!! เสื้อผ้าชุดนี้ก็ไม่ใช่ของเรา!?”

 

ใช่...ชายหนุ่มมั่นใจในสิ่งที่เขาจดจำได้ แต่...ถ้าอย่างนั้นการที่เขามานอนอยู่ในห้องนี้ล่ะ?

 

โชอิจิลุกลงจากเตียง เพ่งสายตาอย่างหนักและก้าวเท้าออกไปอย่างระมัดระวังไม่ให้ไปสะดุดหรือชนกับอะไรเข้า เขาเดินไปที่ประตูอย่างช้าๆ ยื่นมือไปยังลูกบิดประตูสีเงิน แต่..ทันทีที่มือของเขาสัมผัสกับความเย็นของโลหะ บานประตูตรงหน้าก็ถูกเปิดออกจากภายนอก โชอิจิที่ไม่ทันตั้งตัวจึงเสียหลักล้มไปข้างหน้าและชนเข้ากับอีกฝ่าย

 

ใคร!?”

โชอิจิรีบผละออกจากฝ่ายนั้นด้วยความตกใจในทันที แต่กลับถูกคนคนนั้นยื่นมือออกมาโอบรอบแผ่นหลังดึงร่างของเขากลับมาแนบชิดกับอกกว้างของตน

จะทำอะไร...ปล่อยนะ!!” โชอิจิดิ้นรนขัดขืนอย่างเต็มที่เพื่อให้หลุดพ้นจากอ้อมกอดของคนคนนั้น บอกให้ปล่อ...!!”

ยังไม่ทันจบประโยค...ริมฝีปากบางก็ถูกแนบประกบด้วยริมฝีปากของอีกฝ่าย

อื้อ....โชอิจิครางเสียงแผ่วในลำคอ เมื่อถูกปลายลิ้นอุ่นของคนคนนั้นรุกล้ำเข้ามา

 

อา...คุณ...รัน...เสียงครางเรียกชื่อของอีกฝ่ายดังเล็ดรอดออกมาจากริมฝีปากของร่างบาง เมื่ออีกฝ่ายเปลี่ยนมุมแนบประกบ

 

สองมือของโชอิจิที่เคยพยายามผลักไสอีกฝ่ายให้ออกห่าง ในตอนนี้กลับกำลังโอบกอดคนคนนั้นอย่างรักใคร่

 

...อา..รสจูบแสนหวานที่คุ้นเคย...

 

ไม่กี่นาทีต่อมา...ริมฝีปากของคนทั้งคู่ก็ค่อยๆแยกออกจากกัน

จำได้รึยังเอ่ย...ไหนลองบอกมาสิว่าฉันคือใคร?คนคนนั้นกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของโชอิจิอย่างอารมณ์ดี

....คุณเบียคุรันโชอิจิตอบพลางก้มหน้าลงต่ำเพื่อหลบซ่อนสองแก้มที่ขึ้นสีแดงระเรื่อ

ปิ๊งป่อง!..ถูกต้องเบียคุรันพูดพลางประทับริมฝีปากลงบนแก้มแดงของโชอิจิ

อ๊ะ!” โชอิจิส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ

ร้ายเหมือนกันนะโชจังเนี่ย จำหน้าฉันไม่ได้แต่กลับจำจูบของฉันได้สินะเบียคุรันยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่สองแก้มของโชอิจิกลับขึ้นสีแดงมากกว่าเดิม

มะ..ไม่ใช่สักหน่อย เพราะเสียงต่างหากล่ะครับ...แล้วแว่นตาของผมล่ะ?

นี่ไงล่ะเบียคุรันตอบพลางหยิบแว่นตาออกมาจากกระเป๋าเสื้อของตัวเอง และสวมมันคืนให้กับผู้เป็นเจ้าของ เป็นไง..มองเห็นหน้าฉันแล้วสินะ

เบียคุรันยิ้มออกมาก่อนจะโอบร่างบางของโชอิจิพาเดินกลับเข้าไปภายในห้อง

ทำไมต้องเอาแว่นตาของผมไปด้วยล่ะ แล้วนี่มันที่ไหนกันครับ?

ก็ถ้าไม่มีแว่นตาโชจังก็จะมองไม่เห็นใช่มั้ยล่ะ ทีนี้ฉันก็มั่นใจได้ว่าโชจังจะไม่หายไปไหนตอนที่ฉันออกไปข้างนอกน่ะสิ ส่วนที่นี่ก็...อิตาลี่

 

...อิตาลี่!!!...

 

นี่คุณให้คนไปพาตัวผมมาจากญี่ปุ่นเหรอครับเนี่ย?โชอิจิถามพลางถอนหายใจให้กับความเอาแต่ใจของผู้ชายคนนี้

พูดอะไรแบบนั้นล่ะโชจัง ใจร้ายจังน้า~...ฉันคนนี้เป็นคนไปอุ้มโชจังที่กำลังสนิทอยู่หน้าคอมฯมาเองเลยต่างหาก

แล้ว...ชุดนอนนี่ล่ะ คุณเป็นคนเปลี่ยนให้...? แค่เปลี่ยนให้เฉยๆ...ใช่มั้ย?...โชอิจิถามออกไปอย่างตะกุกตะกัก สองแก้มขึ้นสีแดงระเรื่อ นึกหวั่นใจในคำตอบ

อุบ!” เบียคุรันเห็นท่าทีของคนตรงหน้าแล้วก็นึกขำจนต้องกลั้นหัวเราะ ใช่..แค่เปลี่ยนชุดให้เฉยๆ ไม่ได้ทำเรื่องแปลกๆตอนที่โชจังกำลังหลับสนิทหรอกนะ แต่ว่า...

ชายหนุ่มผลักร่างบางล้มนอนลงบนเตียงนุ่ม

ถ้าเป็นตอนนี้ก็ไม่แน่...ชายหนุ่มเหยียดยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม

 

...ยะ...แย่แล้ว...

 

โชอิจิรีบพาตัวเองออกจากสถานการณ์ล่อแหลม เขาลุกขึ้นแล้วเดินออกห่างจากอีกฝ่าย

ผมมีงานค้างอยู่ครับ ถ้าไม่มีอะไรหละก็...ผมคงต้องเตรียมตัวกลับญี่ปุ่นแล้ว ขอตัวนะครับ...

โชจังชอบอยู่ในห้องทดลองมากกว่าอยู่กับฉันสินะ...!”

ประโยคนั้นของเบียคุรัน ทำให้โชอิจิหยุดชะงัก

ไม่ใช่..อ๊ะ!”

พอคิดว่าจะหันกลับไปตอบ โชอิจิกลับถูกโอบกอดเอาไว้จากทางด้านหลัง

 

ถูกกอดไว้แน่นซะจนขยับไปไหนไม่ได้ แน่นซะจนรู้สึกได้ถึงจังหวะหัวใจของอีกฝ่าย...

 

คุณเบียคุรัน...

โชจังเห็นงานสำคัญกว่าฉันเหรอ...?

พูดอะไรแบบนั้นกันครับ ทั้งหมดนั่นเป็นงานที่ผมทำ...เพื่อคุณ...

ก็พักนี้โชจังสนใจแต่งาน ไม่สนใจฉันเลยนี่นา...

ไม่ใช่แบบนั้น ผมน่ะ...โชอิจิไม่ทันจะได้แก้ตัว ก็ได้รับข้อกล่าวหาเพิ่มมาอีกหนึ่ง

เวลาคุยกันก็จะบอกว่ามีงานบ้างหละ กำลังยุ่งบ้างหละ แล้วก็ตัดสายฉันทิ้งทุกทีเลยด้วย... ...อะไรกัน คุณเบียคุรันคิดมากเรื่องนี้เหรอเนี่ย... 

ขอโทษครับ ผมสัญญาต่อไปจะไม่ทำแบบนั้นอีกแล้ว

ถ้าผิดสัญญาหละก็...ฉันจะทำโทษให้หนักเลย...เบียคุรันพูดพลางฝังใบหน้าลงกับซอกคอขาวของคนในอ้อมแขน

คุณเบียคุรัน..อย่าครับ... โชอิจิส่งเสียงห้ามด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

ไม่ได้ยิน...เบียคุรันไม่ใส่ใจกับคำท้วงของอีกฝ่ายเลยแม้สักนิด

เขายังคงไล้ปลายจมูกไปตามลำคอและแนวไหล่ของโชอิจิอย่างแผ่วเบา มือที่เคยโอบกอดรอบเอวบางค่อยๆเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่ง สอดเข้าไปในช่องว่างระหว่างกระดุมเสื้อชุดนอนของโชอิจิ

โชอิจิรีบดึงรั้งมือของอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ก็ไม่อาจหยุดการเคลื่อนไหวของมือนั้นได้ 

ผมอยากอาบน้ำ…!!” โชอิจิรีบพูดออกไป หวังจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อหลบเลี่ยงสถานการณ์น่าอายนี้

มือใหญ่ที่กำลังลูบไล้ร่างกายของเขาหยุดชะงักลงครู่นึง ก่อนจะเริ่มขยับอีกครั้งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

อ๊ะ! คุณแบียคุรัน...อย่า... โชอิจิส่งเสียงออกเมื่อยอดออกถูกปลายนิ้วของอีกฝ่ายหยอกเย้า อย่าครับ..อ๊า~~...

 คำปะท้วงไม่เป็นผลอีกตามเคย...

เบียคุรันประทับรอยจูบลงบนซอกคอขาว ในขณะที่ปลายนิ้วก็กำลังสนุกกับการกลั่นแกล้งยอดอกของอีกฝ่าย

คุณเบียคุรัน...ผมอยากอาบน้ำจริงๆนะ ขอ 15 นาที...

ไม่มีคำตอบใดๆออกมาจากปากของชายหนุ่ม

แค่ 10  นาทีก็ได้..นะครับโชอิจิร้องขออีกครั้ง

นานไป..ฉันให้ 5 นาที.เบียคุรันตอบกระซิบที่ข้างหูของโชอิจิ ก่อนที่จะขบลงเบาๆบนใบหูนิ่มนั้น

อ๊ะ!...โชอิจิเผลอส่งเสียงออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะเอ่ยคำประท้วงอีกครั้ง อะไรกัน..แค่ 5 นาที ไม่มีทางหรอกครับ...

นั่นสินะ...ถ้าให้โชจังอาบคนเดียวก็คงไม่มีทาง แต่ถ้าฉันไปช่วยอาบให้ก็ไม่แน่มั้ง..?..ว่าแล้วเบียคุรันก็ยกร่างบางขึ้นพาดบ่า แล้วพาเดินตรงไปที่ห้องน้ำ

ไม่เอานะ! คุณเบียคุรัน..วางผมลงเถอะครับ

ชายหนุ่มยังคงเมินเฉยต่อคำประท้วงของโชอิจิอีกเช่นเคย เขาเปิดประตูห้องน้ำออก เดินตรงเข้าไปในนั้น แล้วหยุดยืนอยู่ใต้ฝักบัว

คุณเบียคุรัน...วางผมลง!!...

ชายหนุ่มยื่นมือออกไปหมุนก๊อกน้ำสีเงิน ทันใดนั้นหยดน้ำใสมากมายก็พรั่งพรูออกมาจากฝักบัว รินลดร่างของคนทั้ง 2 คนจนเปียกชุ่ม

 ชุดนอนสีขาวชุ่มน้ำจนมองเห็นไปถึงผิวกายของคนใส่...

เบียคุรันค่อยๆวางโชอิจิลงอย่างระมัดระวัง พลางเหยียดยิ้มอย่างมีเลศนัย ไล่สายตาไปตามเรือนร่างของโชอิจิราวกับจะสำรวจให้ทั่วทุกซอกทุกมุม ก่อนจะยื่นมือไปถอดแว่นตาของโชอิจิออก แล้วโยนมันลงไปในอ่างอาบน้ำที่มีน้ำเต็มปริ่มอยู่ก่อนแล้วอย่างไม่ไยดี

 

โชอิจิก้มหน้าลงต่ำหวังหลบซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำของตน แต่กลับถูกอีกฝ่ายเชยคางขึ้นเพื่อให้มองหน้าตน

มองเห็นหน้าฉันรึเปล่า?เบียคุรันเอ่ยถาม

...ไม่เห็นครับ

แล้วแบบนี้ล่ะ?เบียคุรันถามอีกครั้งพลางโน้มตัวลงหาอีกฝ่าย

...ไม่ครับ

แล้วถ้า...คราวนี้ชายหนุ่มก้มลงไปไกลอีกฝ่ายปลายจมูกของทั้งคู่สัมผัสกัน แบบนี้ล่ะ...?

โชอิจิค่อยๆหลับตาลง พร้อมๆกับโอบกอดแผ่นหลังกว้างของชายหนุ่ม

เบียคุรันประทับริมฝีปากของตนลงบนเปลือกตาของโชอิจิก่อนจะเลื่อนลงมาที่ริมฝีปาก แล้วเปลี่ยนมุมแนบประกบครั้งแล้ว...ครั้งเล่า...

 

ลมหายใจ...สอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกัน เสียงหัวใจ..ก็เต้นเป็นจังหวะเดียวกัน...

 

คุณเบียคุรัน...ผมหนาว... โชอิจิเอ่ยเสียงแผ่วด้วยใบหน้าแดงก่ำเมื่อริมฝีปากบางได้รับอิสรภาพอีกครั้ง

เบียคุรันก้มลงจูบที่หน้าฝากของโชอิจิ พลางค่อยๆปลดกระดุมเสื้อชุดนอนของร่างบางอย่างเชื่องช้า

 

...ตุ้บ!!...

เสื้อชุดนอนของโชอิจิถูกทิ้งลงกองอยู่บนพื้น...

โชอิจิเอนกายเข้าหาชายหนุ่ม แล้วซบใบหน้าที่แดงก่ำบนแผ่นอกของอีกฝ่าย

เบียคุรันค่อยๆเอยเสียงกระซิบแผ่วเบา

ฉันจะช่วยทำให้โชจังอุ่นขึ้นเองนะ...

........................................................................................................

โชอิจิในชุดคลุมอาบน้ำนั่งอยู่บนเตียงนอน ใช้ผ้าขนหนูเช็ดเส้นผมสีน้ำตาลส้มที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำ

ฉันช่วยนะเบียคุรันที่อยู่ในชุดเดียวกันเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งลงข้างๆกัน พลางยื่นมือไปแย่งผ้าขนหนูผืนนั้นมาจากมือของโชอิจิ

ชายหนุ่มบรรจงเช็ดผมให้ร่างบางอย่างเบามืออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโยนผ้าขนหนูผืนนั้นทิ้งลงกับพื้นอย่างไม่แยแส

เอ๋?โชอิจิอุทานอย่างงุนงงกับการกระทำของชายหนุ่ม

อ๊ะ!” และเขาก็ต้องอุทานออกมาอีกครั้งเมื่อถูกผลักให้ล้มลงนอนอย่างไม่ทันตั้งตัว

ถึงเวลาของฉันแล้วนะโชจังเบียคุรันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะก้มลงหาโชอิจิ

เดี๋ยวครับ!!เมื่อกี้เพิ่งจะ...โชอิจิร้องห้าม พลางยื่นมือออกไปปิดปากของอีกฝ่ายเอาไว้เพราะคาดเดาได้ว่าฝ่ายนั้นคิดจะทำอะไร แต่แล้วเขาก็ต้องรีบชักมือกลับเมื่อเบียคุรันไม่ยอมหยุดแถมยังเลียนิ้วมือของเขาอย่างต้องการกลั่นแกล้ง

หึ..!” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอ เหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ เมื่อเห็นโชอิจิเบิกดวงตากว้างอย่างตกใจ สองแก้มแดงเรื่อด้วยความเขินอาย

 

และแล้ว..แว่นตาของโชอิจิก็ถูกเบียคุรันช่วงชิงไปอีกครั้ง...

........................................................

...........................

....

.

อือ....

โชอิจิ ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นอีก เขายันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงนุ่ม ยื่นมือออกไปควานหาแว่นตาบนโต๊ะเตี้ยข้างเตียงนอน ซึ่งคราวนี้เขาสามารถพบมันได้อย่างง่ายดาย เพราะใครบางบนเลิกทำเรื่องบ้าๆอย่างการเอาแว่นตาของเขาติดตัวไปเพื่อขังเขาเอาไว้ในห้องนี้

และเมื่อโชอิจิหยิบมันขึ้นมาสวม เขาก็สังเกตเห็นบางสิ่ง

 

เรื่องเสื้อผ้าไม่ต้องสงสัย คนคนนั้นต้องเป็นคนสวมให้เขาแน่ แต่...

อะไรเนี่ย??

โชอิจิพบว่าที่นิ้วนางข้างซ้ายของตนมีเส้นด้ายสีแดงผูกติดอยู่  

 เส้นด้ายสีแดงทอดยาวจากนิ้วนางข้างซ้ายของเขาไปตามพื้นห้อง ลอดออกไปทางช่องว่างใต้ประตู...

และในตอนนั้นเองที่ประตูห้องถูกเปิดออกจากด้านนอก

ตื่นแล้วเหรอ ฉันกำลังจะมาปลุกอยู่พอดี...เบียคุรันเอ่ยขึ้นพลางเดินเข้ามาในห้อง และหยุดยืนที่ข้างเตียง มือเช้า..ไม่สิ มื้อกลางวันฉันทำเสร็จแล้วนะ รีบไปกินกันเถอะ

อา...ครับ ว่าแต่...เล่นอะไรของคุณครับเนี่ย เกลื่อนพื้นไปหมด...โชอิจิเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเส้นด้ายสีแดงที่ทอดยาวจากนิ้วของเขามันเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้นห้องด้านนอก

หมายถึงด้ายพวกนี้เหรอ?เบียคุรันเอ่นถามเพื่อความแน่ใจ และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยักหน้ารับ จึงตอบออกไป ก็คนญี่ปุ่นน่ะ เค้าเชื่อกันไม่ใช่เหรอว่าคนที่เป็นเนื้อคู่กันจะมีด้ายแดงผูกติดกันอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายมาตั้งแต่เกิดน่ะ

ว่าแล้วชายหนุ่มก็ยกมือซ้ายของตนขึ้นมา

 

เส้นด้ายสีแดงที่ทอดยาวออกจากนิ้วนางข้างซ้ายของโชอิจิไปตามพื้นห้อง พันกันยุ่งเหยิงดูสับสนวุ่นวาย หากแต่ปลายอีกด้านที่มีเพียงหนึ่งเดียวนั้น กลับยังคงผูกติดแน่นอยู่ที่นิ้วนางข้างซ้ายของเบียคุรัน...

เบียคุรันยื่นมือซ้ายของตนออกไปจับมือซ้ายของโชอิจิ  แล้วยกขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบาลงบนนิ้วนาง ก่อนจะเอ่ย

โรแมนติกดีนะ...

อา..ครับโชอิจิเอ่ยตอบ สองแก้มแดงระเรื่ออย่างนึกขวยเขิน แต่ก็ไม่เห็นต้องใช้ด้ายยาวขนาดนี้ก็ได้นี่ครับ

ก็โชจังนอนอยู่ในห้องนี้ แต่ฉันต้องออกไปทำอาหารอยู่ในครัว เพราะงั้นถ้าด้ายยาวไม่พอก็จะลำบากใช่มั้ย?เบียคุรันเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อ โชจังรำคาญเหรอ? ถ้างั้นเอาออกดีมั้ย?...อย่านะครับ!!” โชอิจิปฏิเสธเสียงแข็ง ชักมือซ้ายกลับมากอบกุมเอาไว้อย่างหวงแหน ผูกเอาไว้แบบนี้แหละดีแล้ว เพราะนี่เป็นด้ายแดงที่เชื่อมคุณเบียคุรันกับผม อย่างน้อยก็ผูกเอาไว้..ตลอดเวลาที่ผมได้อยู่ข้างกายคุณ...นั่นสินะ ...เอาหละ!ไปกินข้าวกันเถอะ เดี๋ยวจะเย็นหมดนะว่าแล้วเบียคุรันก็ช่วยพยุงโชอิจิให้ลุกขึ้นจากเตียง แต่...อึก...เจ็บ...โชอิจิเผลอร้องออกมาทันทีที่ก้าวเท้าลงจากเตียง ร่างบางทรุดฮวบลง โชคดีที่ได้เบียคุรันช่วยพยุงเอาไว้เขาจึงไม่ล้มลงไปกองกับพื้น

โชจังลุกไม่ไหวเหรอ..ถ้างั้นฉันจะอุ้มไปให้นะ

อ๊ะ! ไม่ต้องครับ แค่ช่วยพยุงก็พอ...หวา~!!... โชอิจิร้องเสียงหลงเมื่อถูกอีกฝ่ายอุ้มขึ้นมาง่ายดาย

ให้ฉันอุ้มไปนั่นแหละดีแล้วเบียคุรันเอ่ยด้วยรอยยิ้ม แล้วอุ้มโชอิจิตรงไปยังโต๊ะอาหาร

 

ชายหนุ่มค่อยๆวางร่างบางลงนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะอาหารที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้พร้อมสรรพ แต่เบื้องหน้าของโชอิจินั้นไม่ได้มีเพียงจานอาหารวางอยู่เท่านั้น แต่...

“CD ของ Blood+Pepper รุ่น Limited Edition ที่หากยากสุด!!” โชอิจิตะโกนเสียงดัง พลางหยิบของตรงหน้าขึ้นมาดูด้วยดวงตาเป็นประกาย

ฉันให้โชจังเป็นของขวัญเบียคุรันที่ยืนอยู่ข้างๆก้มลงกระซิบที่ข้างหู

จริงเหรอครับ!?ขอบคุณมากครับ!!ว่าแต่...ของขวัญเนื่องในโอกาสอะไรครับเนี่ย?

ก็วันนี้เป็นวันเกิดของโชจังไม่ใช่เหรอ?

เอ๋...?โชอิจิเบิกตากว้างด้วยความงุนงง ไม่ใช่นะครับ วันเกิดผมน่ะมันผ่านมาแล้ว แล้วคุณก็ให้ของขวัญมาแล้วด้วย จำไม่ได้เหรอครับ?

อ๊ะ!” เบียคุรันอุทานออกมาบอกให้รู้ว่าตัวเองลืมไปซะสนิทจริงๆ แต่..เมื่อวานคนที่สาขาญี่ปุ่นมารายงานว่าโชจังพูดว่า พรุ่งนี้ก็จะถึงวันเกิดแล้วสินะ...ใช่มั้ยล่ะ? เพราะงั้นฉันถึงรีบไปหา...

มะ...มันก็ใช่อยู่หรอกครับ...แต่ไม่ได้หมายถึงวันเกิดของผม

ถ้างั้นวันเกิดใคร?

ของ...สแปนเนอร์... โชอิจิตอบเสียงอ่อยเพราะรู้ดีว่าคนตรงหน้าจะต้องโกรธแน่

งั้นเหรอ...เดี๋ยวนี้โชจังคิดถึงเรื่องของผู้ชายคนอื่นนอกจากฉันด้วยสินะ...

 ...ว่าแล้วเชียวว่าต้องเป็นแบบนี้ แม่สองคนนั่นก็ปากมากจริง!!... 

อย่าเข้าใจผิดสิครับ มันไม่ใช่แบบนั้น...ผมกับหมอนั่นเป็นแค่เพื่อนกัน การให้ของขวัญวันเกิดกับเพื่อนมันก็เป็นเรื่องธรรมดาใช่มั้ยล่ะครับ กับคนบ้าเครื่องจักรแบบนั้นผมไม่รู้จะให้อะไรดี เมื่อปีที่แล้วก็ให้ประแจไปอันนึงแล้ว ปีนี้จะให้เหมือนเดิมอีกมันก็ไม่ได้ ก็เลยกลุ้มใจ...ก็...แค่นั้น... โชอิจิตั้งหน้าตั้งตาอธิบายอย่างจริงจัง จริงจังซะจนน้ำตาเอ่อคลอเมื่อคนตรงหน้าทำหน้าเฉยชาเหมือนไม่ยอมรับฟัง

พอแล้ว...เบียคุรันเอ่ยขึ้นพลางโอบร่างบางที่กำลังจะร้องไห้มาซบร่างของตน

ผมขอโทษ...

โง่น่า...โชจังไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ใช่เหรอ จะมาขอโทษฉันทำไมล่ะ?เบียคุรันตอบพลางลูบเส้นผมสีน้ำตาลส้มเพื่อปลอบโยนอีกฝ่าย

โชอิจิยกมือซ้ายขึ้นกำชายเสื้อของเบียคุรัน พยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างเต็มที่

ขอถามหน่อย...โชจังบอกว่าโชจังกันแสปนเนอร์เป็นเพื่อนกันสินะ ถ้าอย่างนั้น...แล้วโชจังกับฉันล่ะ..เราเป็นอะไรกัน...

 

โชอิจิเบิดตากว้างเมื่อได้ยินคำถามของเบียคุรัน

ความพยายามที่จะกลั้นน้ำตาเอาไว้สูญสบายไปสิ้น มือซ้ายที่กำชายเสื้อของอีกฝ่ายเอาไว้บีบแน่นขึ้นจนสุดแรง...

ผมไม่รู้ว่า...ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันคืออะไร ที่ผมรู้มีเพียงแค่...ผมเป็นของคุณ...

 ...ผมเป็นของคุณ เป็นของคุณ...ตลอดไป...

........................................................................................................

อิริเอะ โชอิจิค่อยๆลืมตาขึ้นบนเก้าอี้ภายในห้องที่ปิดไฟมืด มีเพียงแสงไฟจากคอมพิวเตอร์เบื้องหน้าที่เปิดทิ้งเอาไว้และแสงจากหน้าจอเครื่องเล่น CD ...

 

โชอิจิยกมือซ้ายของตัวเองขึ้นมองดู ที่นิ้วนาง...ไม่มีเส้นด้ายสีแดงพันอยู่อีกแล้ว...

เขายื่นมือกดปุ่ม stop ที่ครื่องเล่น CD เอาหูฟังที่ครอบศีรษะออกเลื่อนมาคล้องไว้ที่คอ ก่อนจะกดอีกปุ่มเพื่อเอาแผ่น CD ที่อยู่ข้างในออกมา..

 

CD Blood+Pepper Limited Edition...ของขวัญจากคนคนนั้น...

โชอิจิบรรจงเก็บ CD แผ่นนั้นใส่ลงในกล่องเก็บอย่างทะนุถนอม แล้วมองดูมันอย่างโหยหา...ไม่กี่วินาทีต่อมา หยดน้ำใส่จากดวงตาของเยาก็หยดลงบนกล่อง CD แผ่นนั้น...

เขากอดกล่องที่บรรจุ CD แผ่นนั้นเอาไว้แนบอก ฟุบหน้าลงกับโต๊ะคอมฯเบื้องหน้า..

รัน...คุณเบียคุรัน...ริมฝีปากบางพร่ำเอยชื่อของคนคนนั้นซ้ำไปซ้ำมา...

........................................................

...........................

....

.

โช...โชอิจิ...

โชอิจิเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกของใครบางคน

สแปนเนอร์...มีอะไร?...เขาเอ่ยถามเจ้าของเสียงเรียกนั้น

ทำไมไม่เปิดไฟล่ะ...หลับอยู่เหรอ...?ชายหนุ่มเจ้าของชื่อนั้นเอ่ยถามขึ้นบ้าง พลางเกิดไปกดสวิตช์ไฟ

และเมื่อไฟในห้องสว่างขึ้น เขาก็สังเกตความผิดปกติบนใบหน้าของโชอิจิ

เป็นอะไรไป ตาแดงๆนะ ร้องไห้เหรอ?สแปนเนอร์เอ่ยถาม

เปล่านี่...แล้วตกลงนายมีธุระอะไร?โชอิจิตอบพลางเบือนหน้าไปทางอื่น

สึนะ...เห็นว่าเป็นห่วงนายแน่ะ หายเข้ามาอยู่ในนี้หลายวันแล้วนะ โผล่หน้าไปให้เห็นสักหน่อยสิ...

อา...นั่นสินะ

 

โชอิจิลุกขึ้นก้าวออกไปจากห้องนั้นพร้อมกันสแปนเนอร์ โดยมีแผ่น CD Blood+Pepper Limited Edition และเครื่องเล่นวางทิ้งเอาไว้หน้าคอมพิวเตอร์...

........................................................................................................

 

~Fin~

14/4/2009

fan-fiction story by ~*SeSea*~

original story by Amano Akira

++++++++++++++++++++++++++++++++++++

เป็นเอนทรี่ที่ยาวได้โล่ =v=

ทนอ่านกันหน่อยนะครับ 555+

ก็นะ...ที่ว่าสปอยล์ก็คือโชอิจิหนีตามสแปนเนอร์(?)ไปอยู่วองโกเล่ครับ (<<<เสียงสวรรค์//จะบอกซ้ำทำม๊ายยย บางคนเค้าอ่านแล้วก็ยังไม่คิดถึงนั่นนะ ไอ้นี่นิ!! =*= , me//อ๊ะ...O-O! ขอโทษครับ =3=~ )

อ่านกันจบแล้ว คิดว่าไงอ่ะครับ @x@ หวังว่าคงจะชุ่มฉ่ำหัวใจกันนะ เพราะมีฉากเปียกน้ำด้วย 555+

อา...จะว่าไป ไม่ใช่แค่วาดรูป แต่ผมเองก็ไม่ได้เขียนฟิคมานานมากแล้วด้วยเหมือนกัน เลยรู้สึกว่ามันยากกว่าที่เคย แล้วก็ดูเหมือนผมจะใช้คำแปลกๆ 555

ยังไงก็...ถ้าอ่านกันแล้ว ผมขอความคิดเห็นด้วยครับ จะได้เอาไปปรับปรุง  ขอบคุณล่วงหน้าคร้าบบบบ >/\<

แล้วก็...ขอโทษด้วยครับที่เบี้ยว 8751 (me//Spanner จ๋า~ เค้าขอโทษ TTvTT ) แบบว่า...เหมือนผมจะโดนอาถรรพ์ป๋ากับคุณมุเข้าไป อยู่ๆเมื่อวานตอนบ่ายก็รู้สึกเจ็บข้อมือขวาขึ้นมาน่ะทั้งที่ตอนเช้ายังดีๆอยู่ =w=" เพราะงั้นก็เลยวาดรูปไม่ได้ครับ เมื่อคืนก็ออนเอ็มได้แป๊บเดียวเพราะเจ็บข้อมือมาก และตอนนี้ก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นไปอีก TT^TT

ตอนนี้รู้สึกจะแย่...ผมขยับข้อมือขวาไม่ได้ ชาปลายนิ้ว แค่กระดิกนิ้วก็เจ็บมาถึงข้อมือ แค่ยกแขนก็เสียวแปล็บมาถึงไหล่

ทั่นแม่บอกว่าใด่พยายามฝืนขยับมือขวาซะบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวหงิก!! (me//=[]= หงิกคืออะไร!???) แค่แตะถูกข้อมือนิดหน่อยผมก็เจ็นน้ำตาไหล เพราะงั้นฝืนขยับอะไรนั่น ผมคงไม่ทำหละ =3=" (<<<ไอ้ดื้อ!!!)

555+ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่ได้ไปหาหมอ แล้วมานั่งอัพบล็อกอยู่นี่ ^^" (ตอนนี้ผมก็อัพบล็อกโดยใช้แต่มือซ้ายพิมพ์นะ ช่างมีความพยายามในเรื่องแปลกๆจริงๆ 555+)

วันนี้ผมใช้แต่มือซ้าย ข้าวก็กินไปแค่ 3 คำ เพราะมือซ้ายมันไม่ถนัด ก็เลยเซ็งซะจนเลิกกิน =x=! ผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณสามีของผมใช้มือได้คล่องขนาดนั้นได้ยังไง @x@

อ๊ะ!แล้วก็...อย่าลืมช่วยกันสาดน้ำดับไฟ(?)ให้ป๋าเบียกับโชจังด้วยนะครับ เอนทรี่ที่แล้วสาดกันน้อยไป ไฟยังไม่มอด 555+

ไปหละครับ!!

See You Next *v*\-/

ps. ผมชอบเพลงของ angela ครับ >v<

.

.

.

edit : ในที่สุดก็เอา proof ออกได้สำเร็จ *-*v